
การดูดไขมัน มีกี่วิธี?
การดูดไขมันด้วยวิธีต่างๆ เช่น การดูดไขมันหน้าท้อง, ดูดไขมันต้นแขน ดูดไขมันต้นขา อื่นๆ ในปัจจุบันนิยมเรียกตามชื่อเครื่องมือที่ใช้ในการดูดไขมัน
- เครื่องดูดไขมันระบบสั่น MicroAire PAL
- เครื่องดูดไขมันแบบ Vaser smooth 2.2
- เครื่องดูดไขมันแบบ BodyTite
- เครื่องดูดไขมันแบบ พลังงานน้ำ Bodyjet
โดยเครื่องดูดไขมัน แต่ละชนิดจะถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในวัตถุประสงค์ต่างกันบางที่แพทย์อาจจะต้องใช้เครื่องมือหลายชนิดร่วมกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี
- เครื่องดูดไขมันระบบสั่น MicroAire PAL เน้นการดูดไขมันที่ออกมาปริมาณเยมาก ใช้เวลาน้อย แผลเล็ก
- เครื่องดูดไขมันแบบ Vaser smooth 2.2 เน้นการทำให้ชั้นไขมันแตกตัวเป็นของเหลว ง่ายต่อการดูดไขมันออกมา และดูดได้ปริมาณมาก
- เครื่องดูดไขมันแบบ BodyTite เน้นการกระชับสัดส่วน กระชับผิวที่หย่อนคล้อย
- เครื่องดูดไขมันแบบ พลังงานน้ำ Bodyjet เน้นดูดไขมันแล้วกลับนำมาใช้ฉีดได้ใหม่ เพราะไขมันที่ดูดออกมา เซลล์ไขมันยังมีชีวิตอยู่
เครื่องดูดไขมัน BodyTite คือ
เครื่องดูดไขมัน BodyTile เป็นเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นวิทยุ Radiofrequency wave หรือ RF ช่วยสลายไขมันให้ได้โมเลกุขขนาดเล็ก ดูดออกได้ง่าย และช่วยกระชับผิวไปพร้อมๆกัน
ข้อดีของการดูดไขมัน BodyTite
- ช่วยทำให้ผิวกระชับ เรียบตึง ไปพร้อมๆกับการดูดไขมัน
- ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่
- แผลดูดไขมันมีขนาดเล็ก เลือดออกน้อย เจ็บน้อย บวมซ้ำน้อย ไม่จำเป็นต้องพักรักษาตัว
- ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการไหม้ที่ผิวคนไข้ขณะดูดไขมัน
- เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับจาก US FDA และ อย.ไทย

ข้อเสียของการดูดไขมัน BodyTite
การดูดไขมัน ไม่ว่าจะดูดไขมันด้วย วิธีไหน หากแพทย์มีความชำนาญและมีประสบการณ์มากพอ ก็สามารถเลือกใช้เครื่องมือได้อย่างเหมาะสม และเกิดผลลัพธ์ที่ดีหลังดูดไขมัน โดยเครื่องมือแต่ละเครื่องจะมีเทคโนโลยีต่างกัน ให้พลังงานความร้อนต่างกัน หากแพทย์เลือกใช้พลังไม่เหมาะสม อาจทำให้ผิวได้รับความร้อนมากเกินไป จนทำให้ผิวชั้นนอกไหม้ หรือมีการดูดไขมันออกมาจนเกินไป ทำให้เกิดผิวบุ๋ม เป็นคลื่น ผิวไม่เรียบได้